แลนด์มาร์คแห่งใหม่บนทำเลติดถนนใหญ่สาทรใต้ สุดยอดของทำเลคนเมือง ซึ่งเป็นที่ดินเดิมของสถานฑูตออสเตรเลีย เกือบ 8 ไร่ ศุภาลัยพัฒนาออกมาให้เป็น Luxury Mixed Use ที่ดีที่สุดบนสถานที่แห่งนี้ ภายใต้ชื่อโครงการ Supalai Icon สาทร

ตัวโครงการ ศุภาลัย ไอคอน สาทร ตั้งอยู่ติดถนนสาทร เป็นทำเลใจกลางกรุงเทพฯ และเป็นทำเลศูนย์กลางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง รวมไปถึงเป็นทำเลที่มีหน่วยงานสำคัญค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว สถานฑูต กงสุล อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ รวมถึงมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ อย่างสวนลุมพินีและสวนพลู และนอกจากนี้ตรงบริเวณแยกวิทยุก็ยังมี Mega Project อย่าง One Bangkok ที่ใกล้เสร็จแล้วด้วย
ทั้งนี้สำหรับถนนสาทรที่เป็นทำเลที่ตั้งของโครงการนั้น ก็เชื่อมต่อได้ทั้งถนนวิทยุ ถนนราชดำริ ถนนอังรีดูนังต์ รวมไปถึงยังอยู่ใกล้กับถนนสวนพลู ซึ่งเป็นเส้นทางลัดเลาะไปย่านเย็นอากาศ นางลิ้นจี่ และพระราม 3 ได้สะดวก
สำหรับการเดินทางนอกจากถนนที่เชื่อมต่อทั้งหมดที่กล่าวไปข้างต้น ยังมีจุดขึ้น-ลง ทางด่วน ให้ใช้เข้าออกเมืองได้หลายจุด ถ้าหากเป็นจุดที่ใกล้กับโครงการที่สุดก็จะเป็น จุดขึ้นทางด่วนเฉลิมมหานคร (บ่อนไก่) ค่ะ
นอกจากการเดินทางด้วยรถยนต์จะสะดวกสบาย ตัวโครงการยังอยู่ใกล้กับ MRT สถานีลุมพินี 850 เมตร หรือจะใช้รถไฟฟ้า BTS ได้สะดวกต้องนั่งรถต่อไปอีกหน่อย ก็จะเป็นสถานีช่องนนทรี ที่ใกล้กับโครงการที่สุด
สรุปสิ่งอำนวยความสะดวกใกล้โครงการ
- สวนลุมพินี 850 เมตร
- The Royal Bangkok Sport Club 2 กม.
- โรงพยาบาล BNH 450 เมตร
- โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน 1 กม.
- โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 1.2 กม.
- โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ 1.6 กม.
- สีลม คอมเพล็กซ์ 900 ม.
- เซ็นทรัลเวิล์ด 2.8 กม.
- เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ 2.8 กม.
- สยาม พารากอน 2.9 กม.
โครงการ Supalai Icon สาทร
แรร์ไอเทมบนที่ดินเดิมของสถานฑูตออสเตรเลีย ที่อยู่ติดกับถนนใหญ่สาทรขนาดนี้ ศุภาลัยจึงได้ออกแบบโครงการด้วยแนวคิด Best Design & Function ที่จัดว่าเป็นตัวท็อปสุดของศุภาลัย บนเนื้อที่โครงการ 7-3-82 ไร่ โดยได้พัฒนาออกมาเป็น คอนโด , สำนุกงานเกรด A , ร้านค้า
สำหรับตัวอาคารคอนโดนั้นมีความสูง 56 ชั้น มีห้องพักอาศัยทั้งหมด 720 ยูนิต โดยห้องชุดจะมีทั้ง Typical Room และ Duplex Room
- 1 Bedroom 42-54.5 ตร.ม.
- 1 Bedroom Plus 57.5-61 ตร.ม.
- 2 Bedrooms 60-98 ตร.ม.
- 3 Bedrooms 100.5-189 ตร.ม.
- 3 Bedrooms Duplex 124.5-343 ตร.ม.
- 4 Bedrooms Duplex 206.5-350 ตร.ม.
- 4 Bedrooms Duplex (Penthouse) 428-438 ตร.ม.

ซึ่งการออกแบบตัวอาคารทางศุภาลัยได้ออกแบบให้มีความโดดเด่นด้วยยอดอาคารโค้งที่สอดคล้องกับสุริยันจันทราและสายรุ้ง มีการตกแต่งภูมิทัศน์ที่เน้นความเป็นธรรมชาติ และเส้นสายลวดลายแบบออสเตรเลีย มองไกลๆถือว่าโดดเด่นและสวยงามเลยทีเดียว

เท่านั้นยังไม่พอยังเพิ่มกิมมิคเล็กๆน้อยๆเข้าไป สอดคล้องกับความเป็นออสเตรเลียได้ดี เริ่มตั้งแต่ด้านหน้าโครงการโดดเด่นด้วยประติมากรรมที่มีความเป็นเอกลักษณ์อย่างหมู่จิงโจ้ที่กระโดดเด่นอยู่ด้านหน้าอาคาร ซึ่งเป็นการ สื่อถึงความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรือง และความสามัคคีกลมเกลียว

และยังมีหมีโคล่าเรืองแสงสีขาว บริเวณ Drop Off สื่อถึงความสมบูรณ์พูนสุข ตลอดจนการอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ที่มีอยู่เดิมด้วย
ห้องพักอาศัยโครงการ Supalai Icon สาทร
ด้วยความที่ทางโครงการมีห้อง 2 รูปแบบ วันนี้เราจะพาไปดูห้องจริงกันทั้งแบบ Typical Room และ Duplex Room กันค่ะ

ซึ่งห้องแรกที่เราจะพาไปดูกันเป็นห้อง Duplex 4 Bedrooms ขนาด 206.5 ตร.ม. เป็นห้องขนาดใหญ่ที่ได้บรรยากาศเหมือนยกบ้าน 1 หลังมาไว้บนอาคาร และยังได้วิวสูงแบบไม่มีอะไรกั้น เพราะห้องแบบ Duplex จะอยู่ตั้งแต่ชั้น 47-53 เลยค่ะ

ชั้นล่างจะถูกจัดว่าเป็นพื้นที่ Living Area โดยรวม และได้มีการแบ่งฟังก์ชันของห้องนอน Master Bedroom ไว้ที่ชั้นล่างด้วยค่ะ ซึ่งข้อดีสำหรับครอบครัวไหนที่มีคุณพ่อคุณแม่มาอยู่ด้วย ก็ไม่ต้องขึ้นบันไดให้เหนื่อยค่ะ ได้ห้องใหญ่ชั้น 1 ไปเลยเต็มๆ


เมื่อเข้ามาในห้อง ฝั่งด้านขวาจะเป็นพื้นที่รับประทานอาหารซึ่งเป็นพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ รองรับการจัดวางโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ได้

ส่วนฝั่งตรงข้ามกับพื้นที่รับประทานอาหาร สามารถทำเป็น Pantry เล็กๆไว้สำหรับเตรียมอาหารง่ายๆ ชงกาแฟกินยามเช้า ชงชากินยามบ่าย และยังเป็นมุมไว้โชว์ของรักของสะสมได้ดีเหมือนกันนะคะ เพราะพื้นที่ที่กว้างมากๆสามารถ Built-in ตู้โชว์ได้ ใส่ Art Toy ของรักของสะสม มุมนี้ก็เรียกได้ว่าใครมาก็ต้องเห็นแน่นอน

ในส่วนของพื้นที่ Living Area สามารถวางโซฟาขนาดใหญ่ได้สบายๆเลย เป็นมุมที่ใกล้กับระเบียงได้แสงธรรมชาติเข้ามาในห้องได้เต็มที่มากๆ

ซึ่งตัวพื้นที่ Living Area จะเชื่อมต่อกับระเบียงที่เป็นประตูกระจก 2 ชั้น ชั้นแรกกั้นระหว่างพื้นที่ Living Area กับพื้นที่ระเบียง และชั้นที่ 2 คือกั้นระเบียงกับภายนอก นั่นหมายความว่าเราสามารถปิดหน้าต่างตรงระเบียงเพื่อให้มุมนี้สามารถนั่งใช้งานได้จริง เปิดรับแอร์จากภายในห้องได้ และตรงนี้ทางโครงการยังออกแบบให้เป็นเพดานกระจก ทำให้รับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ด้วย


มุมระเบียงนั่งจิบชายามบ่ายชมวิวเมืองได้ชิลๆ เป็นมุมที่ดูใช้งานได้จริง และทำให้ภาพรวมจากภายนอกอาคารที่มองเข้ามาแล้วดูสวยเป็นระเบียบด้วย


ขยับเข้าไปที่ฟังก์ชันครัว ซึ่งจะเป็นครัวแบบปิด มีฟังก์ชันการใช้งานให้ครบ ทั้งซิงค์ล้างจาน เตาไฟฟ้า โดยเครื่องใช้ในครัวหลักๆจะได้แบรนด์ Teka และแม้ไม่ได้มีหน้าต่างในการระบายกลิ่น แต่ทางโครงการก็ได้ติดตั้งที่ดูดควันแบรนด์ Kuppersbusch ให้เรียบร้อยแล้วนะคะ ซึ่งภายในห้องครัวทางโครงการได้ติดตั้งครัวไว้ให้แบบนี้เลยค่ะ มีตู้เก็บของชั้นบนและชั้นล่างเป็นหน้าบานกระจกสีชาทองรองรับการใช้งานและความเป็นระเบียบเรียบร้อย
นอกจากนี้ยังมีในส่วนของเตาอบ เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า และตู้เย็น ที่ทางโครงการได้ติดตั้งไว้ให้เรียบร้อยแล้วด้วยนะคะ ที่น่าสนใจเลยคือ ทางโครงการได้ให้เป็น Smart Kitchen ที่มาพร้อม Pop-up Power Plug รองรับการเสียบปลั๊กใช้งานได้สะดวก และเก็บได้แบบไม่รกสายตา , Smart Dish Drainer ที่คว่ำจานอัจฉริยะ , Food Waste Blender



สำหรับห้องนี้จะเป็น Master Bedroom ห้องนอนใหญ่สุดซึ่งจะอยู่ชั้นล่าง รองรับการใช้งานสำหรับคุณพ่อคุณแม่ได้ดี ไม่ต้องขึ้นบันไดให้เหนื่อย ซึ่งห้องนี้ยังมาพร้อม Walk-in Closet และเชื่อมต่อไปยังห้องน้ำในตัวที่ใหญ่สุดในห้องอีกด้วย ภายในห้องถือว่ากว้างขวางสามารถวางเตียงขนาดใหญ่ได้ และยังทำมุมพักผ่อนไว้ติดผนังได้ ซึ่งทางโครงการได้ให้ผนังกระจกเต็มพื้นที่จากพื้นถึงเพดานเลยค่ะ

Walk-in Closet สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้ทั้ง 2 ฝั่งเต็มพื้นที่รองรับการใช้งาน และยังมีมุมให้วางโต๊ะแต่งหน้าที่รับแสงธรรมชาติได้อย่างพอดี



ภายในห้องน้ำที่อยู่ใน Master Bedroom ถือว่าได้แบบจัดเต็มเลยค่ะ ทั้งอ่างล้างหน้าแบบ His&Her อ่างอาบน้ำรับชมวิวเมืองได้ และพื้นที่ Shower และห้องสุขภัณฑ์ ที่แยกกันด้วย บานกระจกกั้นพื้นที่ส่วนเปียกและแห้งได้
สำหรับสุขภัณฑ์ในห้องน้ำจะได้แบรนด์ Kohler ที่ใช้ระบบสั่งการผ่านรีโมทคอนโทรล พร้อมทั้งมีแสงอัลตร้าไวโอเลตฆ่าเชื้อทุกๆ 3 นาที ด้วย

ชั้นล่างยังมีห้องน้ำที่รองรับการใช้งานของสมาชิกครอบครัวได้ เรียกได้ว่ามีครบทั้ง Shower และสุขภัณฑ์เลยค่ะ

ความสูงของชั้นล่างเรียกได้ว่าสูงเต็มที่ถึง 6.20 เมตร และพื้นที่ชั้นบนมีความสูงที่ 2.85 เมตร



ห้องนอนที่ 2 เป็นห้องนอนที่มีขนาดใหญ่พอสมควร สามารถวางเตียงคิงไซส์ได้เลย และยังมาพร้อมพื้นที่ Walk-in Closet ที่เชื่อมต่อกับห้องน้ำในตัว ห้องนี้ยังได้ผนังห้องฝั่งปลายเตียงเป็นบานกระจก สามารถเปิดม่านรับแสงมองวิวเมืองได้เลย


ห้องน้ำแยกส่วนเปียกส่วนแห้งให้เรียบร้อย


ถัดมาอีกห้องนอนที่กว้างกว่า มีพื้นที่ให้สามารถวางโซฟาทำเป็นมุมพักผ่อนส่วนตัวได้ และยังสามารถวางโต๊ะทำงานหันออกวิวเมืองได้



ห้องนี้ยังคงมาพร้อมกับ Walk-in Closet และห้องน้ำในตัว ซึ่งห้องน้ำยังได้อ่างและ Shower Box ด้วย



ส่วนห้องนี้เป็นห้องนอนที่เล็กที่สุด ซึ่งทางโครงการได้ออกแบบให้เป็นไอเดียว่าสามารถปรับเป็นห้องอื่นๆได้ อย่างที่ทางโครงการได้ปรับให้เป็น Walk-in Closet ขนาดใหญ่ ซึ่งก็สะดวกสบายต่อการใช้งาน เพราะมีห้องน้ำในตัวด้วย ซึ่งถ้าหากไม่ได้ใช้เป็นห้องนอน ห้องนี้จะเป็นห้องสำหรับเลี้ยงลูก หรือห้องทำงาน ก็ปรับได้ตามไลฟ์สไตล์เลยค่ะ

ถัดมาเป็นห้อง Duplex แบบ 3 ห้องนอน ขนาด 134 ตร.ม.


Duplex ห้องนี้ ฟังก์ชันก็จะคล้ายๆกับ 4 ห้องนอนเลยค่ะ แต่ห้องนี้ยก Master Bedroom ไว้ชั้นบน และเอาครัวปิดไว้ฝั่งด้านหน้าทางเข้าห้องแทน


เริ่มจากเมื่อเข้าห้องมา ฝั่งด้านขวาของตัวห้องจะเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร ซึ่งกว้างมากๆค่ะ รองรับการจัดวางโต๊ะเก้าอี้ขนาด 6-8 ที่นั่งได้สบายๆเลย และยังมีพื้นที่เหลือๆให้ Built-in ตู้เก็บของเพิ่มเติมได้ด้วย

ห้องตัวอย่างก็ได้ Built-in ตู้เก็บของเป็นสัดส่วนเพิ่มเติมให้ดูเป็นตัวอย่างด้วยนะคะ ทำให้เรามีพื้นที่ในการเก็บของเพิ่มเติมได้อย่างเป็นระเบียบด้วย




ฝั่งตรงข้ามกับพื้นที่รับประทานอาหารจะเป็นพื้นที่ครัวแบบปิด ซึ่งภายในห้องครัวให้ทุกอย่างเหมือนกับ Duplex 4 Bedroom เลยค่ะ
ทั้งเคาน์เตอร์ครัวที่มีหน้าบ้านสีชาทองดูสวยหรูและเพิ่มความเป็นระเบียบเรียบร้อย ได้เตาอบ ที่ดูดควัน เตาไฟฟ้า แบรนด์ Kupperbusch ส่วนตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า แบรนด์ Teka



ถัดมาข้างๆห้องครัว จะเป็นห้องน้ำที่มีครบทั้ง Shower Box แยกส่วนเปียกและแห้ง รวมไปถึงมี Rain Shower ให้ด้วย



ใกล้กันกับห้องน้ำชั้นล่างก็จะเป็นห้องนอนที่อยู่ด้านล่าง หากทำเป็นห้องนอนก็ถือว่าสะดวกสบาย เพราะมีห้องน้ำอยู่ด้านหน้าห้องเลย แต่หากจะปรับเป็นห้องอื่นๆตามการใช้งานก็ได้เหมือนกัน อย่างที่ทางโครงการได้ทำเป็นห้องเล่นดนตรีที่พร้อมชมวิวเมืองไปด้วยในตัว


มุมนี้จะเป็น Living Area ที่มีความสูงจากพื้นถึงเพดานถึง 6.20 เมตร เป็นมุมพักผ่อนของครอบครัวที่สามารถนั่งดูหนังฟังเพลงร่วมกันได้ สามารถวางโซฟาทรง L ขนาดใหญ่ได้


บริเวณใต้บันไดสามารถเก็บของได้จริงเลยค่ะ ถือว่าห้องเก็บของขนาดใหญ่มาก วางกระเป๋าเดินทางไว้ได้สบายเลย

พื้นที่ Living Area เชื่อมต่อกับระเบียง โดยทางโครงการได้ออกแบบให้ระเบียงสามารถใช้งานได้ 2 รูปแบบ เพราะมีกระจกบานสไลด์กั้น 2 ชั้น คือกั้นระหว่างระเบียงและพื้นที่ Living Area รวมไปถึงกั้นจากฝั่งด้านนอกระเบียงอีกชั้นนึง ทำให้สามารถเปิดระเบียงเชื่อมต่อ Living Area ในการรับแอร์จากในห้องได้ ระเบียงไม่ร้อนและใช้งานได้จริงในทุกช่วงเวลา แต่หากอยากรับอากาศจากภายนอกระเบียงเข้ามา ก็สามารถปิดประจกบานสไลด์ที่กั้นระหว่างพื้นที่ระเบียงและ Living Area ได้



ขึ้นมาชั้น 2 ห้องนี้จะเป็นห้องนอนที่มีขนาดเล็กกว่า แต่ก็จะได้ช่องแสงธรรมชาติด้วยหน้าต่างบานกระจกแบบเต็มพื้นที่ สามารถเปิดรับแสงเข้ามาในห้องได้ ภายในห้องกว้างขวางพอที่จะสามารถวางเตียงคิงไซส์ได้ โดยยังมีพื้นที่ให้ตกแต่งเพิ่มเติมตามความชอบได้ตามไลฟ์สไตล์เลย ทั้งตู้เสื้อผ้า และมุมโต๊ะทำงาน

ห้องนอนมาพร้อมห้องน้ำในตัว ซึ่งได้แยกส่วนเปียกและแห้งให้เรียบร้อยแล้วสุขภัณฑ์แบรนด์ Kohler สั่งการผ่านรีโมทคอนโทรลเช่นเดียวกัน และในส่วนของพื้นที่อาบน้ำยังมี Rain Shower ให้ด้วยค่ะ




สำหรับห้องนี้เป็น Master Bedroom ซึ่งเป็นห้องแนวยาวที่จัดวางโซนพักผ่อนไว้ฝั่งติดระเบียงได้แสงธรรมชาติเต็มๆ ด้วยความที่ขนาดห้องกว้าง นอกจากจะวางเตียงคิงไซส์ได้แล้ว ยังสามารถทำมุมพักผ่อนเพิ่มเติมในห้องได้ จะวางโซฟาเบด หรือวางโซฟาแบบห้องตัวอย่างก็ได้เหมือนกัน บริเวณหน้าห้องน้ำยังมีพื้นที่ให้ Built-in ตู้เสื้อผ้า ซึ่งจะเชื่อมต่อการใช้งานได้ลงตัวพอดีค่ะ


ในส่วนของห้องน้ำเป็นห้องขนาดใหญ่ มีอ่างอาบน้ำให้ อ่างล้างหน้าแยก His&Her ส่วน Shower และสุขภัณฑ์แยกกันอย่างเป็นสัดส่วนกั้นด้วย Shower Box ค่ะ

ต่อไปเป็นห้องแบบ Typical Room กันบ้างค่ะ ซึ่งขนาดเริ่มต้นคือ 1 Bedroom 45 ตร.ม. ก็ถือว่าเป็นห้องเริ่มต้นที่ใหญ่มากๆเลยทีเดียว

ห้องนี้จะกั้นอย่างเป็นสัดส่วนด้วยประตูบานสไลด์ 3 ตอน ที่ห้องนอน นะคะ โดยห้องเล่นจะอยู่บริเวณฝั่งทางเข้าห้องเลย เชื่อมต่อมายังพื้นที่ครัวและรับประทานอาหาร

ห้องนั่งเล่นถือว่ามีขนาดใหญ่ วางโซฟาตัวใหญ่ได้ ตรงทางเข้าห้องจะ Built-in ตู้เพื่อเก็บของเท้า เก็บของให้เป็นสัดส่วนเพิ่มเติมได้

ฝั่งที่ติดกับห้องน้ำยังสามารถ Built-in ชั้นวางทีวี และตู้เก็บของได้เหมือนกันค่ะ


พื้นที่ครัวที่ได้จะเป็นครัวตัว U มีพื้นที่รองรับสำหรับการเตรียมอาหาร ทำอาหาร และมุมล้างจาน โดยยังคงให้หน้าบานสำหรับเก็บของบนและล่างเป็นสีชาทองที่ดูหรูหรา มีเตาอบ เตาไฟฟ้า ที่ดูดควัน ซิงค์ล้างจาน แบรนด์ Kupperbush ให้ ส่วนตู้เย็น เครื่องซักผ้า จะเป็นแบรนด์ Teka

ห้องน้ำจะอยู่ติดกับครัวเลยค่ะ เป็นห้องน้ำที่กั้นด้วยบานกระจกแยกส่วนเปียกและแห้ง ในห้องน้ำยังคงได้สุขภัณฑ์ Kohler ที่สั่งการผ่านรีโมทคอนโทรลด้วยค่ะ




พื้นที่ห้องนอนอยู่ติดฝั่งระเบียง เป็นห้องนอนที่มีขนาดใหญ่เลยค่ะ นอกจากจะวางเตียงคิงไซส์ได้แล้ว ยังสามารถกั้นผนังทำเป็น Walk-in Closet และมุมพักผ่อนมีโซฟาดีๆสักตัวดูวิวจากห้องนอนได้สบายเลยค่ะ นอกจากห้องจะใหญ่แล้ว ยังได้ผนังกระจกแบบเต็มบานจากพื้นถึงเพดานเลยด้วย

ต่อไปจะเป็น 3 Bedrooms ขนาด 100.5 ตร.ม. อย่างแปลนห้องนี้ที่ได้จัดวางพื้นที่ living Area ไว้ตรงกลางห้อง และแยกห้องนอนไว้ซ้ายขวา ทำให้ห้องนอนมีความส่วนตัวกันและกันด้วย

เข้ามาด้านในห้องจะเป็นพื้นที่ Living Area ขนาดใหญ่ มีทั้งครัว พื้นที่รับประทานอาหาร และพื้นที่นั่งเล่น



พื้นที่ครัวจะเป็นครัวตัว L ที่ได้เหมือนกับห้อง 1 Bedroom เลยค่ะ เป็นครัวแบบเปิดเหมาะสำหรับครอบครัวที่อาจจะไม่ได้เน้นทำอาหารมากนัก สามารถทำอาหารเล็กๆน้อยๆได้ ครัวจะได้ครบทั้งเตาอบ เตาไฟฟ้า ที่ดูดควัน ซิงค์ล้างจาน แบรนด์ Kupperbush ให้ ส่วนตู้เย็นจะเป็นแบบเปิด 2 ฝั่ง รวมไปถึงเครื่องซักผ้า จะเป็นแบรนด์ Teka
ส่วนพื้นที่รับประทานอาหารเชื่อมต่อกับครัวได้พอดีมากๆค่ะ วางโต๊ะขนาด 4 ที่นั่งถือว่ากำลังพอดี หรืออาจจะวางเป็นโต๊ะกลมเพื่อให้ได้สัก 6 ที่นั่งก็ยังได้นะคะ

ถัดมาเป็นพื้นที่ Living Area ที่สามารถวางโซฟาขนาดใหญ่ได้สบายเลยค่ะ มุมนี้ยังเชื่อมต่อกับระเบียง ที่สามารถใช้งานได้จริง จะเปิดประตูระเบียงด้านใน แล้วเปิดระเบียงจากด้านนอก ก็ยังได้แอร์จากภายในห้องเข้ามาให้ได้เป็นมุมพักผ่อนนั่งจิบชาชมวิวชิลๆ



ฝั่งด้านซ้ายของห้องจะเป็น Master Bedroom ที่มีการจัดฟังก์ชันเป็นแนวยาว มีห้องน้ำในตัวมาพร้อมอ่างอาบน้ำ Shower Box กั้นพื้นที่อาบน้ำและสุขภัณฑ์ และเชื่อมต่อไปพื้นที่เตียงนอน ซึ่งด้านหน้าห้องน้ำยังสามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าเพิ่มเติมได้


อีกฝั่งจะเป็นห้องนอนที่มีขนาดรองลงมา แต่ก็ถือว่าไม่ได้มีขนาดเล็กเกินไปนะ และยังเป็นห้องมุมที่เปิดมุมมองได้กว้างมากขึ้นด้วย รวมไปถึงสามารถวางเตียง 5-6 ฟุต ได้ และยัง Built-in ตู้เสื้อผ้าให้เป็นสัดส่วนได้ด้วย และแม้จะไม่ได้มีห้องน้ำในตัว แต่ก็มีห้องน้ำอยู่ด้านหน้าห้องรองรับการใช้งานได้สะดวกค่ะ


ห้องน้ำจะอยู่ระหว่าง 2 ห้องนอน เป็นห้องน้ำที่ให้มาครบครันทั้ง Shower Box และ สุขภัณฑ์ แบรนด์ Kohler

ห้องนี้เป็นห้องนอนที่ 3 ซึ่งก็ถือว่าใหญ่ วางเตียง 5 ฟุต ได้ Built-in ตู้เสื้อผ้า วางโต๊ะวางเตียงได้สบายๆเลยค่ะ
ก่อนจะจบพาร์ทของห้องตัวอย่างที่พาไปดูกันทั้งหมด 4 แบบ ขอสรุปเพื่อให้เข้าใจง่ายๆว่า เมื่อซื้อห้องพักอาศัยที่นี่ นอกจากฟังก์ชันที่จะมีหลากหลายแบบให้เลือกแล้ว ยังได้อะไรเพิ่มเติมบ้าง
- พื้นโถงห้องรับแขก ทำจากกระเบื้องหินอ่อนอิตาลี
- ห้องนอน กระจก Double Glazing มีความแข็งแรง ปลอดภัย ป้องกันเสียงและความร้อน
- เครื่องปรับอากาศ ระบบความเย็นอัจฉริยะแบบ Casstle Type ระบบ VRV ประหยัดพลังงาน
- Smart Kitchen ฟังก์ชันการใช้งานด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรมขั้นสูง ได้แก่ Pop-up Power Plug , Smart Dish Drainer , Food Waste Blender , Kitchen Appliance
- เตาอบ , ที่ดูดควัน , เตาไฟฟ้า ซิงค์ล้างจาน แบรนด์ Kupperbush ตู้เย็น เครื่องซักผ้า แบรนด์ Teka
- สุขภัณฑ์อัตโนมัติแบรนด์ Kohler สั่งการผ่านรีโมทคอนโทรล
- Digital Door Lock แบรนด์ Yale
- ติดตั้งระบบ Smart Automation รองรับการใช้งานผ่าน Smartphone
ส่วนกลางโครงการ Supalai Icon สาทร
สำหรับพื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการจะมีหลักๆที่ชั้น 1 และชั้น 11 ค่ะ


ขอเริ่มจากพื้นที่สวนที่อยู่ชั้น 1 จะอยู่ทางด้านหลังโครงการ ซึ่งทางศุภาลัยได้อนุรักษ์ต้นไม้เดิมของที่ดินเดิมไว้ และยังได้สอดแทรกงานประติมากรรมที่แสดงถึงความเป็นออสสเตรเลียได้อย่างงดงามและลงตัวมากๆ

สำหรับพื้นที่จอดรถทางโครงการให้มา 100% มีพื้นที่สำหรับชาร์ตรถไฟฟ้าแยกโซนไว้ให้เรียบร้อย




เข้ามาที่บริเวณล็อบบี้ของโครงการมีพื้นที่ที่กว้างมากๆ มีมุมรับรอง มีโซฟารองรับหลายจุด มีการตกแต่งโทนสีน้ำตาล คอปเปอร์ ตัดกับกระเบื้องหินอ่อนให้ความรู้สึกหรูหรา ยังมี Meeting Room ขนาดใหญ่ รองรับการนัดประชุมคุยงานได้ด้วย



ขึ้นมาที่ชั้น 11 จะเป็นชั้น Facility ทั้งชั้นเลยค่ะ อย่างห้องนี้ Wisdom Laibrary & Co-Living Space เป็นห้องรับรอง นั่งทำงาน หรือจะนัดพบปะพูดคุยงาน ทำการบ้าน อ่านหนังสือ ก็สามารถใช้พื้นที่ห้องนี้ได้เลย เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่และส่วนตัวมากขึ้น และยังได้วิวสระว่ายน้ำของโครงการด้วย

ถัดมาเป็น Kid’s Club ที่มาในธีมซาฟารี มีต้นไม้ใหญ่ตรงกลางให้เด็กๆได้ปีนป่ายใช้พลังงาน และยังมีมุมกิจกรรม ของเล่นในห้องอีกเพียบ เรียกได้ว่าคุณพ่อคุณแม่สามารถพาลูกๆหลานๆมาเล่นที่มุมนี้ ปลดปล่อยพลังงานของเด็กได้ดีเลยค่ะ


ห้องนี้คือ Milky way Theatre & Karaoke เป็นห้องดูหนัง ร้องคาราโอเกะขนาดใหญ่ มาพร้อมโซฟาและเบาะนั่งที่ดูสบายมากๆ ห้องนี้ทางโครงการได้ใส่กิมมิคเล็กๆน้อยที่ดวงดาวบนผนังมีความระยิบระยับ

ห้องนี้เรียกว่า Personal Room เป็นห้องไว้รองรับการแต่งหน้า ทำผม สำหรับสาวๆที่อาจจะต้องออกงานสำคัญแล้วต้องการช่างหน้าช่างผมมืออาชีพมาทำให้ ก็สามารถนัดแนะมาใช้บริการที่ห้องนี้ได้เลยค่ะ

Aqua Hydrotherapy ห้องสำหรับผ่อนคลายร่างกาย ผ่านการนวดด้วยระบบน้ำบำบัด มีแยกทั้งฝั่งผู้หญิงและผู้ชาย โดยจะอยู่ในห้อง Sauna & Steam ค่ะ









สำหรับพื้นที่นี้ยกให้เป็นพื้นที่ออกกำลังกายแบบ Double เลยค่ะ เรียกว่าห้อง Space Fine Fitness ที่มีมุมรองรับการออกกำลังกายหลากหลายแบบ ทั้ง Yoga Fly , Group Cycling , Boxing Kangaroo . Table Tennis Room , Aerobic & Pilates สำหรับพิลาทิสในอนาคตนิติจะมีการจ้างเทรนนิ่งมาให้กับลูกบ้านด้วยนะคะ ซึ่งต้องบอกเลยว่าฟิตเนสที่มีห้องสำหรับพิลาทิสโดยเฉพาะไม่มีในโครงการไหน และเป็นการออกกำลังกายที่ดีมากๆ เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแล้ว ยังช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ด้วย





โซนนี้ทั้งหมดเรียกว่า Maldives Swimming Pool & Jacuzzi เป็นสระว่ายน้ำที่มีถึง 3 สระ โซนแรกเป็น Lap Pool ยาว 25 เมตร สามารถว่ายน้ำออกกำลังกายจริงจังได้ โซนที่ 2 เป็นสระที่มีความผ่อนคลายขึ้นมาหน่อย มีทางลาดลงเหมือนทางลงชายหาด และมีมุมขอสระเด็กรวมไปถึงจากุซซี่ด้วย ริมสระตกแต่งด้วย platypus sculpture หรือ ตุ่นปากเป็ด อีกหนึ่งสัตว์พื้นถิ่นของออสเตรเลีย
นอกจากนี้โซน Outdoor ยังมี Playground และ Mini Climbing Simulation พื้นที่สำหรับเด็กๆอีกด้วยค่ะ










ขึ้นมาที่ชั้น 53-54 จะเป็นไว้รับชมวิวเมืองสวยๆด้วย Heaven Garden และ Exclusive Opal Sky Lounge ซึ่งเปิดรับมุมมองได้รอบทิศทาง ทั้งวิวเมือง วิวฝั่งบางกระเจ้า สามารถใช้เป็นพื้นที่จัดเลี้ยงรับรองแบบส่วนตัวได้ หรือจะขึ้นมาชมวิวชิลๆยามเย็น ชั้นก็ถือว่าได้วิวสวยรอบด้านจริงๆค่ะ
สรุปโครงการ Supalai Icon สาทร
ดูรายละเอียดโครงการกันมาทั้งหมดแล้ว มาดูสรุปแบบเข้าใจง่ายว่า Supalai Icon Sathorn มีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง เรื่องแรกที่ต้องพูดถึงเลยตัวโครงการอยู่บนทำเลสาทรใต้ เป็นทำเลที่จัดว่าราคาที่ดินแพงลำดับต้นๆ เพราะด้วยความที่เป็นทำเลใจกลาง CBD ที่มีทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรม 5 ดาว สถานฑูต โรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาลชั้นนำ และยังเป็นทำเลที่เดินทางด้วยรถยนต์สะดวกมากๆ เพราะอยู่ใกล้กับซอยสวนพลู ซึ่งเป็นซอยที่สามารถใช้หลีกเลี่ยงในช่วงเวลารถติดได้ดี สามารถเดินทางไปพระราม 3 , นางลิ้นจี่ , ถนนจันทน์ ก็สะดวกไปหมด หรือแม้แต่จะไปโซนสีลม ,วิทยุ , พระราม 4 จากตัวโครงการสะดวกสบายมากค่ะ
เรื่องที่โดดเด่นไม่แพ้กัน คือ ห้องพักอาศัยของที่นี่ ศุภาลัยโดดเด่นเรื่องการทำห้องไซส์ใหญ่อยู่แล้ว ซึ่งที่นี่ขนาดห้องเริ่มต้น 1 Bedroom 42 ตร.ม. ถือว่าเริ่มต้นห้องใหญ่เลยค่ะ และยังมีให้เลือกหลาย Lay Out และที่น่าสนใจมากๆคือห้องแบบ Duplex ซึ่งจะอยู่ตั้งแต่ชั้น 47-53 ได้วิวสวยแน่นอน ความโดดเด่นของห้องแบบ Duplex คือเพดานที่สูงโปร่งมากๆถึง 6.20 เมตร มีทั้งแบบ 3 ห้องนอน และ 4 ห้องนอน ตอบโจทย์สำหรับกลุ่มครอบครัวได้ดีมากๆ การออกแบบฟังก์ชันในห้องทำออกมาได้ดี สามารถใช้ทุกพื้นที่ได้จริง แม้แต่ระเบียงยังมีบานประตูกั้นให้ 2 ชั้น จะเปิดใช้งานแบบรับแอร์ในห้องก็ได้ หรือปิดเพื่อให้อากาศจากภายในถ่ายเทมาที่ระเบียงก็ได้อีกเหมือนกัน
และโครงการนี้ตกแต่งห้องพร้อมขายแบบ Fully Fitted ซึ่งทางศุภาลัยก็ให้ทั้งชุดครัวพร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในครัว ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น, เครื่องซักผ้า, เตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน, เตาอบ ไปจนถึงเครื่องบดเศษอาหาร และยังได้แอร์ระบบ VRV ด้วย ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานด้วย
ส่วนกลางที่เห็นได้ชัดคืออัดมาแน่นๆที่ชั้น 11 มีความหลากหลายเพื่อให้ตอบโจทย์ลูกบ้านได้ครอบคลุมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นมุมออกกำลังกายก็ได้ให้ฟิตเนสมา 2 ชั้น พร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ , เวทเทรนนิ่ง , พิลาทิศ , ปิงปอง , Yoka Fly , Cycling ,Boxing แค่ออกกำลังกายก็มีให้เลือกหลากหลายแบบแล้ว ที่ชอบมากเลยคือ พิลาทิศ เป็นการออกกำลังกายที่ฮอตฮิตในหมู่สาวๆ และในอนาคตที่นี่ยังมีจ้างเทรนเนอร์มาให้ด้วยนะคะ ไม่ต้องไปเข้าคลาสพิลาทิศที่อื่นแล้ว นอกจากฟิตเนสสำหรับออกกำลังกายแล้วยังมีสระว่ายน้ำที่ให้มาแน่นๆ 3 สระ ทั้ง Lap Pool , Jacuzzi สระเด็ก และสระที่ให้ความผ่อนคลายเหมือนลงชายหาด
นอกจากนี้ยังมี Aqua Hydrotherapy การนวดผ่อนคลายบำบัดด้วยน้ำ ซึ่งเป็นตัวช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายจากการทำงานมาเหนื่อยๆได้ดีเลยค่ะ เป็นส่วนกลางที่ตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ที่อาจจะทำงานหนักมาทั้งวันแล้วต้องการชาร์ตพลังให้กับร่างกาย ซึ่งจะมีแบ่งเป็นฝั่งชายและหญิงในห้อง Steam & Sauna นะคะ รวมไปถึงยังมี Personal Room สำหรับนัดช่างแต่งหน้าทำผมมาให้บริการแบบส่วนตัว และยังมี Kid’s Room ที่การตกแต่งถูกใจเด็กๆแน่นอน อีกทั้งยังมีพื้นที่สำหรับนั่งทำงาน อ่านหนั่งสือ นั่งพูดคุยงาน ได้ที่ Wisdom Library & Co-Living Room เป็นห้องที่เพดานสูงโอ่อ่า มีมุมให้นั่งหลากหลายโซนมากๆ
รวมไปถึงยังมีกิมมิคเล็กๆน้อยๆอย่างประติมากรรมจิงโจ้ นกอีมู โคอะล่า และสัตว์พื้นถิ่นของออสเตรเลีย มาตกแต่งประดับประดาอยู่ที่โซนชั้น 1 ของโครงการ และยังคงรักษาต้นไม้เดิมของที่ดินสถานฑูตออสสเตรเลียไว้ ก็เป็นเอกลักษณ์ของโครงการนี้อย่างที่ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใครนะคะ
ตอนนี้โครงการสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้ว ในราคาเริ่มต้น 200,000 บาท/ตร.ม. เป็นราคาที่คุ้มค่าในย่านนี้ และเป็นโครงการที่เห็นของจริง ห้องจริง วิวจริง ใครที่กำลังมองหาคอนโดห้องใหญ่ๆให้ตัวเอง หรือหาห้องใหญ่เพื่ออยู่กับครอบครัวบนทำเลในเมืองแบบนี้ โครงการนี้ก็ถือว่าน่าสนใจและสามารถเข้ามาเยี่ยมชมดูห้องจริงกันได้แล้วนะคะ
พร้อมเข้าอยู่ ราคาเริ่ม 9.57 ล้านบาท (ราคาอัพเดท มิ.ย. 2567)
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ https://bit.ly/4bFlpGy
แผนที่โครงการ https://maps.app.goo.gl/3p5EpRSD13BW7N6L7
0 comments on “รีวิว Supalai Icon สาทร โครงการ Luxury Mixed Use พร้อมอยู่ติดถนนสาทร”