ข้อควรรู้ก่อนต่อภาษีรถยนต์ รถอายุกี่ปีต้องเข้าตรวจสภาพรถ
การตรวจสภาพรถก่อนต่อภาษี เป็นมาตรการที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดขึ้นตามพระราชบัญญัติของกรมการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 และตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่บนท้องถนนและเป็นการพิจารณาสภาพความปลอดภัยของรถว่าอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานหรือไม่ โดยมีการกำหนดให้รถยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 7 ปีขึ้นไป และรถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปีขึ้นไป จะต้องนำรถไปตรวจสภาพก่อนจึงจะสามารถต่อภาษีประจำปีได้ โดยสามารถตรวจสภาพรถได้ที่กรมการขนส่งทางบกหรือที่สถานตรวจสภาพรถยนต์เอกชน (ตรอ.) ใกล้บ้านก็ได้ ซึ่งตรอ. เป็นหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกเรียบร้อยแล้ว

ตรวจรถที่กรมขนส่งทางบก VS สถานตรวจสภาพรถยนต์เอกชน (ตรอ.) ต่างกันอย่างไร
การนำรถไปตรวจสภาพรถที่กรมขนส่งทางบกและสถานตรวจสภาพรถยนต์เอกชน (ตรอ.) ขึ้นอยู่กับความสะดวกและความต้องการของเจ้าของรถ หากต้องการความมั่นใจว่าการตรวจสภาพรถจะเป็นไปตามมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก ควรเลือกตรวจรถที่กรมขนส่งทางบก แต่ถ้าต้องการความสะดวกและรวดเร็ว ควรเลือกตรวจรถที่ ตรอ.
ทั้งนี้ ก็จะมีรถยนต์บางประเภทที่ตรวจกับ ตรอ. ไม่ได้ ซึ่งจะต้องไปตรวจกับกรมขนส่งทางบกเท่านั้น ดังนี้
- รถที่ขาดการต่อทะเบียนเกิน 1 ปี
- รถที่มีการดัดแปลงสภาพ, เปลี่ยนแปลงตัวรถ, เปลี่ยนสี หรือรถที่ส่วนใดส่วนหนึ่งมีสภาพไม่ตรงกับรายละเอียดในสมุดคู่มือทะเบียนรถ
- รถที่ไม่ปรากฏตัวเลขตัวรถหรือเลขเครื่องยนต์ มีรอยขูดขีด แก้ไข ชำรุด ลบเลือน
- รถที่มีการแจ้งไม่ใช้งานชั่วคราวหรือแจ้งไม่ใช้รถตลอดไป
- รถที่มีเลขทะเบียนรุ่นเก่า เช่น กท-00001, กทจ-0001 เป็นต้น
- รถที่แผ่นป้ายทะเบียนชำรุดหรือสูญหาย
- รถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์ที่มีประวัติเคยสูญหายหรือเคยถูกโจรกรรม
รถประเภทใดบ้างที่ต้องตรวจสภาพรถก่อนต่อภาษี
สำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ต้องเข้ารับตรวจสภาพรถก่อนต่อภาษี มีดังนี้
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน มีอายุใช้งานครบ 7 ปี โดยนับจากวันที่จดทะเบียนครั้งแรก
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน มีอายุใช้งานครบ 7 ปี โดยนับจากวันที่จดทะเบียนครั้งแรก
- รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่มีน้ำหนักรถไม่เกิน 2,200 กิโลกรัม มีอายุใช้งานครบ 7 ปี โดยนับจากวันที่จดทะเบียนครั้งแรก
- รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล มีอายุใช้งานครบ 5 ปี โดยนับจากวันที่จดทะเบียนครั้งแรก
ทั้งนี้ สามารถเข้ารับการตรวจสภาพรถได้ล่วงหน้าไม่เกิน 3 เดือนก่อนถึงวันครบกำหนดวันเสียภาษีประจำปี หรือวันสุดท้ายของงวดภาษี
ตรวจสภาพรถที่ ตรอ. ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่
สำหรับการตรวจสภาพรถที่ ตรอ. นั้น มีค่าใช้จ่ายเท่ากันทั่วประเทศ ดังนี้
- รถยนต์น้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 1,600 กิโลกรัม คันละ 150 บาท
- รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าเกิน 1,600 กิโลกรัม คันละ 250 บาท
- รถจักรยานยนต์ คันละ 60 บาท
ตรวจสภาพรถใช้เอกสารอะไรบ้าง?
- เอกสารเล่มทะเบียนรถยนต์เล่มสีน้ำเงิน / เอกสารเล่มทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์เล่มสีเขียว หรือใช้สำเนาทะเบียนรถแทนก็ได้
- รถคันที่ต้องการตรวจสภาพ
ตรวจสภาพรถ มีขั้นตอนการตรวจอย่างไรบ้าง?
สำหรับขั้นตอนการตรวจสภาพรถนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจความถูกต้องของเอกสารก่อนว่าตรงตามตัวรถและข้อมูลในเล่มทะเบียนรถหรือไม่ จากนั้นจึงจะทำการตรวจสภาพรถทั้งภายนอก ภายใน และใต้ท้องรถว่ายังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ พร้อมใช้งานได้ปกติหรือไม่ ดังนี้
ตรวจสภาพภายในรถ
- ระบบบังคับเลี้ยว
- พวงมาลัย
- มาตรวัด
- ไฟสัญญาณ
- สวิตช์ควบคุมไฟสัญญาณ
- แตรสัญญาณ
- อุปกรณ์ปัดเเละฉีดทำความสะอาดกระจกกันลมหน้า
- กระจกกันลมหน้า-หลัง
- ที่นั่งผู้ขับและผู้โดยสาร
- เข็มขัดนิรภัย
ตรวจสภาพภายนอกรถ
- โคมไฟพุ่งไกล, โคมไฟพุ่งต่ำ
- โคมไฟเลี้ยว
- โคมไฟหรี่ และอื่น ๆ
- กันชน
- กงล้อและยาง
- บังโคลน
- โครงสร้างเเละตัวถัง
- สี
- ประตู
- กระจกด้านข้าง
- กระจกเงาสำหรับมองหลัง
- โคมไฟท้าย
- โคมไฟหยุด
- อุปกรณ์สะท้อนแสง
- โคมไฟถอยหลัง
- โคมไฟส่องป้ายทะเบียน
- โคมไฟแสดงความกว้าง, ความสูง, ไฟอื่น ๆ
- กันชนท้าย
ตรวจสภาพใต้ท้องรถ
- ระบบบังคับเลี้ยว, กลไลบังคับเลี้ยว
- ระบบรองรับน้ำหนัก, สปริง, แหนบ, โช้คอัพ
- เพลาล้อ, กงล้อและยาง
- อุปกรณ์ระบบห้ามล้อ
- โครงสร้างตัวถัง, โครงคัสซี
- ระบบส่งกำลัง, คลัตช์, เกียร์ เพลากลาง, เฟืองท้าย
- ระบบไอเสีย, เครื่องระงับเสียง
- แท่นเครื่อง, ยางแท่นเครื่อง
- อุปกรณ์ขจัดมลพิษ
- ระบบเชื้อเพลิง, ท่อส่งเชื้อเพลิง, ท่อส่งก๊าซ
การตรวจสภาพรถนอกจากจะเป็นขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดแล้ว ยังมีประโยชน์ในด้านความปลอดภัยต่อผู้ใช้รถและผู้ร่วมใช้ถนนอีกด้วย ดังนั้นเจ้าของรถจึงควรให้ความสำคัญกับการเข้าตรวจสภาพรถตามกฏหมายกำหนดอย่างเคร่งครัดและต่อภาษีรถยนต์ตามกำหนดด้วย ซึ่งปัจจุบันการต่อภาษีรถยนต์ก็ง่าย สามารถทำผ่านออนไลน์ได้แล้ว
ทั้งนี้ นอกจากการตรวจสภาพรถเพื่อต่อภาษีรถแล้ว การต่อประกันรถยนต์ก็เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเช่นกัน เพราะประกันรถยนต์จะช่วยคุ้มครองกรณีเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนหรือเหตุฉุกเฉินอื่น ๆ ได้ รวมถึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่อีกด้วย ดังนั้นผู้เป็นเจ้าของรถทุกคนจึงไม่ควรปล่อยให้ประกันยนต์ขาด เพื่อความคุ้มครองอย่างต่อเนื่องนั่นเอง
ประกันรถยนต์ Pocket by LMG เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะต่อง่ายและรวดเร็ว สามารถทำได้ทั้งผ่านทางเว็บไซต์หรือให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันดูแลได้ที่เบอร์ 02-302-7788 ที่สำคัญ Pocket by LMG มีประกันรถยนต์ให้เลือกหลายประเภท ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ทั้งประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันรถยนต์ชั้น 2+ และประกันรถยนต์ชั้น 3+ พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า เมื่อซื้อประกันรถยนต์ชั้น 1 สามารถผ่อนชำระ 0% ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ได้อีกด้วย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.pocketbylmg.com

0 comments on “ต้องรู้ก่อนต่อภาษีรถยนต์ รถอายุกี่ปีต้องเข้าตรวจสภาพรถ”